วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บัวผัน

บัวขาวธรรมนูญ 1

บัวผัน

นิลุบล/นิโลตบล/บัวขาบ/บัวนิล/Cape Blue Water lily/Cape Water lily
ชื่อวิทยาศาสตร์: Nymphaea capensis Thunb.
วงศ์: Nymphaeaceae
ประเภท: ไม้อยู่เหนือน้ำ
ลำต้น: มีหัวหรือเหง้าใตดิน
ใบ: ใบรูปไข่ถึงกลม ลอยแตะผิวน้ำ ขอบใบหยัก
ดอก: ดอกมีหลายพันธุ์ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ กลีบดอกซ้อน บานตอนเช้าถึงเย็น มีกลิ่นหอม
ดิน: ดินเหนียว ระดับน้ำ 20-60 ซม.
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด
บัวขาวธรรมนูญ 1
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea spp. and hybrid
ชื่อสามัญ Khao Thammanoon 1
ถิ่นกำเนิด ไทย
บัวนางกวักชมพู
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea sp.
ชื่อสามัญ Pink Nang Kwak
ถิ่นกำเนิด อินเดีย
บัวพราว พราวชมพู
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea spp. and hybrid ลูกผสมของ Trailblazer x Mr. Martin E. Randing
ชื่อสามัญ Praow
ถิ่นกำเนิด ไทย
บัวนางกวักขาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea sp.
ชื่อสามัญ White Nang Kwak
ถิ่นกำเนิด ไทย
บัวลาภประเสริฐ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea spp. and hybrid
ชื่อสามัญ Larp Prasert
ถิ่นกำเนิด ไทย
บัวสุธาสิโนบล ม่วงกษัตริย์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea capensis Thunb. var. zanzibariensis (Casp.) Conard
ชื่อสามัญ Royal Purple
ถิ่นกำเนิด ทวีปแอฟริกา

บัวกระด้ง

47-V

บัวกระด้ง

บัววิกตอเรีย/Royal water lily/Victoria
ชื่อวิทยาศาสตร์:Victoria amazonica Sowenby
วงศ์: NYMPHAEACEAE
ประเภท:ไม้น้ำ
ลำต้น: มีหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน
ใบ: ใบรูปกลมใหญ่กว่า 1 ม. ขอบใบยกตั้งขึ้นดูคล้ายกระด้ง ใต้ใบและก้านใบมีหนามแหลมปกคลุมมาก
ดอก: ดอกลอยน้ำ ขนาดใหญ่กว่า 30 ซม. สีชมพูอ่อน กลีบเลี้ยงด้านนอกมีหนามแหลมปกคลุม เกสรเพศเมียสีเหลืองสด บานเวลาใกล้ค่ำจนถึงรุ่งเช้า ดอกบานนาน 2-3 วัน มีกลิ่นหอมแรง ออกดอกตลอดปี
ดิน: ดินเหนียว
น้ำ: ปลูกที่ระดับน้ำ 50-100 ซม.
แสงแดด: ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: ชื่อบัววิกตอเรียได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย มีปลูกในเมืองไทยมานานกว่า 100 ปี นิยมปลูกประดับสวนน้ำหรือสระน้ำขนาดใหญ่

สปริงแบงก์

สปริงแบงก์

ชื่อวิทยาศาสตร์: Juniperus scopulorum Sarg.’Springbank’
วงศ์: Cupressaceae
ประเภท: ไม้พุ่ม
ลำต้น: ทรงต้นรูปกรวย ต้นที่อายุน้อยจะเป็นพุ่มกว้าง กิ่งก้านตั้งขึ้น
ใบ: คล้ายเกล็ด สีเขียวเทา ออกเป็นช่อแบนๆ รอบกิ่ง ใบจะมีสีฟ้ามากขึ้นเมื่ออายุมาก
อัตราการเจริญเติบโต: ช้า
ดิน: ดินทั่วไปที่มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศได้ดี
น้ำ: ปานกลาง ทนแล้ง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ใช้จัดสวนได้

ยี่หร่า

shrubby basil1

ยี่หร่า

กะเพราควาย/กะเพราญวน/จันทน์หอม/ใบหร่า/โหระพาช้าง/Shrubby Basil
ชื่อวิทยาศาสตร์: Ocimum gratissimum L.
shrubby basil2วงศ์: Lamiaceae (Labiatae)
ประเภท: ไม้พุ่ม อายุหลายปี
ความสูง: สูงได้ถึง 2 เมตร
ลำต้น: เป็นเหลี่ยม สีเขียว และมีร่องกึ่งกลาง ทุกส่วนมีขนอ่อนและมีกลิ่นหอม
ใบ: เดี่ยว รูปไข่หรือรูปรี ออกตรงข้าม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ขอบใบหยัก
ดอก: ออกเป็นช่อกระจะที่ปลายยอด ช่อดอกตั้งขึ้นคล้ายกับกะเพราหรือโหระพา ดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด
ผล: แห้งแตก มี 4 เมล็ด ค่อนข้างกลม ผิวขรุขระ
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินร่วน ระบายน้ำดี
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ดหรือปักชำ
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับริมรั้ว หมั่นตัดแต่งกิ่งจะแตกใบใหม่ให้เก็บกินได้เสมอ  ใบยี่หร่ามีให้กินตลอดปี นิยมใส่แกงเนื้อ แกงปลา แกงอ่อม แกงคั่วหอยขม แกงลูกมาก ช่วยดับกลิ่นคาว  ใช้แทนกะเพราผัดกับหมู ไก่ กุ้ง  กินเป็นผักสดกับอาหารรสจัด ช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  มีวิตามิน ไนอะซิน และใยอาหารสูง   เมล็ดยี่หร่าหรือเมล็ดเทียนขาวที่ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกง เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cuminum cyminum L.

สนสามใบ

สนสามใบ

เกี๊ยะเปลือกแดง/เกี๊ยะเปลือกบาง/สนเกี๊ยะ/สนเขา
ชื่อวิทยาศาสตร์: Pinus kasiya Royale ex. Gordon
วงศ์: Pinaceae
ประเภท: ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่
ความสูง: ได้ถึง 40 เมตร
ลำต้น: ทรงพุ่มรูปกรวย ปลายแหลม เปลือกต้นหนาและเป็นร่องตื้นไม่เป็นระเบียบ หลุดล่อนง่าย
ใบ: รูปเข็ม ออกกลุ่มละ 3 ใบ ยาว 15-24 ซม. สีเขียวอมเทา ติดทนนานถึง 2 ปีไม่ร่วงหล่น โคนใบรูปไข่ขนาด 5-7 ซม. สีน้ำตาลเข้ม ไม่มีก้าน ภายในมีเมล็ดขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร
อัตราการเจริญเติบโต: ช้า
ดิน: ดินทั่วไปที่มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศได้ดี
น้ำ: ปานกลาง ทนแล้ง
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: กระจายพันธุ์ในพม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ที่ระดับความสูง 1000-1600 เมตร นิยมนำเนื้อไม้มาทำเกี๊ยะ (รองเท้ามีส้นสูง) เพราะเบา

ฮาเวอร์เทียลิมิฟอเลีย

ฮาเวอร์เทียลิมิฟอเลีย

haworthia limifolia1
ม้าเวียนด่าง
 ม้าเวียน/Fairy Washboard
ชื่อวิทยาศาสตร์: Haworthia limifolia Marloth
วงศ์: Asphodelaceae
ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี
ลำต้น: เจริญเป็นพุ่ม เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 – 12 เซนติเมตร
ใบ: คล้ายรูปสามเหลี่ยม ออกเวียนรอบต้น กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 3 – 4 เซนติเมตร  ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบห่องุ้มขึ้น แผ่นใบค่อนข้างแข็ง สีเขียวคล้ำและมีร่องตามแนวขวาง ผิวขรุขระ
ดอก:ช่อดอกเป็นช่อกระจะ ออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ชูสูง ก้านช่อดอกเรียวเล็ก สีม่วงแดง ดอกสีขาวอมเขียวอ่อน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ
อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี หรือใช้วัสดุปลูกแบบเดียวกับแคตตัส
น้ำ:ปานกลาง รดน้ำวันเว้นวัน
แสงแดด: ครึ่งวัน ชอบอากาศเย็นและถ่ายเทสะดวก
ขยายพันธุ์: แยกหน่อ ปักชำกิ่งหรือใบ
การใช้งานและอื่นๆ: การแยกหน่อควรเลือกหน่อที่มีใบแล้ว 4 – 5 ใบและตัดหน่อให้ติดส่วนของต้นแม่ไว้ประมาณ 1 เซนติเมตร ปลูกเลี้ยงง่าย นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง ถ้าปลูกในที่มีแสงแดดจัด ใบจะมีสีเขียวคล้ำอมแดง ปัจจุบันมีพันธุ์ใบด่างที่สวยงาม เรียกว่า “ม้าเวียนด่าง”

เยอร์บีร่า

Gerbera

เยอร์บีร่า

Barbertonse Daisy/Gerbera/Transvaal Daisy
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gerbera jamesonii Bol. ex Adlam and hybrids
วงศ์ : Asteraceae
ประเภท : ไม้ดอกอายุหลายปี
ความสูง  30-60 เซนติเมตร
ลำต้น : มีลำต้นใต้ดิน
ใบ : ออกเป็นกอรูปขอบขนาน ขอบใบหยักเว้าแบบขนนกโค้งขึ้นเล็กน้อย ใต้ใบและก้านใบมีขนละเอียดนุ่มมือ ใบสีเขียวเข้ม
ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกเดี่ยว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-9 เซนติเมตร กลีบดอกวงนอกรูปขอบขนาน กลีบดอกมีสีขาว ม่วง ชมพู เหลือง ส้ม และแดง กลีบดอกวงในรูปหลอดสีน้ำตาลหรือดำก้านดอกยาวมีขนสั้น มีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ไทย สายพันธุ์ ยุโรป สายพันธุ์อเมริกา และสายพันธุ์ออสเตรเลีย
ดิน : ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี
แสงแดด : เต็มวัน
น้ำ/ความชื้น : ปานกลาง
ขยายพันธุ์ : แยกกอ เพาะเมล็ด วางภาชนะเพาะในที่ที่มีแสงรำไร เมล็ดจะงอกใน 7-10 วัน ใช้เวลาเพาะจนออกดอก 120 วัน
การใช้งานและอื่นๆ: นิบมตัดดอกใส่แจกัน เหมาะเป็นไม้กระถางและปลูกลงแปลงเพื่อจัดสวน