แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืช แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ม่วงเทพรัตน์



ม่วงเทพรัตน์


เปอร์เซียนไวโอเลต/เอกซาคั่ม/German Violet/Persian Violet
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Exacum affine Balf.f.
วงศ์ : Gentianaceae
ประเภท : ไม้ดอกอายุสั้นหรือ 2 ปี
ความสูง  15 – 30 เซนติเมตร
ลำต้น : เป็นพุ่มกะทัดรัด
ใบ : รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบมน ขอบใบห่อขึ้นเล็กน้อย แผ่นใบหนาสีเขียวเข้มเป็นมัน มีเส้นใบออกจากโคนใบสามเส้นเห็นเด่นชัด ก้านใบสั้น
ดอก : ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นช่อขนาดเล็กตามปลายยอด เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 1.5 เซนติเมตร ดอกชั้นเดียว กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวและม่วง เกสรเพศผู้สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ดิน : ดินปลูกชุ่มชื้นร่วนซุย ระบายน้ำดี
แสงแดด : เต็มวัน
สภาพแวดล้อม : อากาศค่อนข้างเย็น
น้ำ/ความชื้น : ปานกลาง
ขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ดโดยกลบเมล็ดบางๆ เมล็ดจะงอกใน 14 – 20 วัน ย้ายปลูกเมื่ออายุได้ 35 – 40 วัน หลังเพาะ 4 เดือนจึงออกดอก ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การใช้งานและอื่นๆ: เป็นพืชท้องถิ่นของเกาะโซโคตรา (Socotra) ประเทศเยเมน ในมหาสมุทรอินเดีย เหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง ตั้งหรือแขวนตกแต่งสถานที่

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

เอื้องกุหลาบน่าน

aerides rosea

เอื้องกุหลาบน่าน

เอื้องกุหลาบแม่เมย/เอื้องเอราวัณ/เอื้องไอราวัณ
ชื่อวิทยาศาสตร์: Aerides rosea Lodd. ex Lindl. & Paxton
วงศ์: Orchidaceae
ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางยอด
ลำต้น: ลำต้นตั้งตรง หรือเอนเล็กน้อย ยาว 20 – 70 เซนติเมตร
ใบ: รูปขอบขนาน ออกเรียงสลับในระนาบเดียว กว้าง 1.8 – 2 เซนติเมตร ยาว 12 – 20 เซนติเมตร แผ่นใบหนาและพับเป็นร่อง ปลายใบมน
ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบ บางครั้งแยกแขนงห้อยลง ยาว 15 – 20 เซนติเมตร ดอกกว้าง 1.5 – 2 เซนติเมตร ยาว 2 – 2.5 เซนติเมตร มีกลิ่นหอม ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงสีชมพู กลีบดอกสีชมพูและมีจุดกระสีชมพูเข้มหนาแน่นที่ปลายใบ กลีบปากแผ่กางออก และมีเดือย ปลายกลีบปากมีแถบปื้นสีชมพูเข้ม ออกดอกเดือนเมษายน – พฤษภาคม
อัตราการเจริญเติบโต: ช้า
ดิน: วัสดุที่เก็บความชื้นได้ดี โปร่ง ระบายน้ำและอากาศดี เช่น ถ่านทุบ อิฐมอญทุบ กาบมะพร้าว รากเฟินชายผ้าสีดา เศษกระถางแตก หินภูเขาไฟ เป็นต้น
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า
ขยายพันธุ์: แยกกอ ปักชำ หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางแขวนประดับสวน หรือมุมบ้าน

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

8 พรรณ ไม้คลุมดิน เลี้ยงง่าย ปลูกยังไงก็ขึ้น

พรรณไม้ที่ใช้ในการจัดสวนต่างช่วยทำให้สวนเกิดความสมดุลสวยงามแตกต่่างกัน ไม่ว่าจะเป็นไม้ต้นที่แผ่กิ่งก้านสร้างร่มเงาให้สวน ไม่พุ่มที่ช่วยสร้างสีสัน ไม้เลื้อยที่ให้ความอ่อนช้อย หรือแม้แต่ ไม้คลุมดิน และหญ้าที่ช่วยให้พื้นดินดูเขียวขจี สร้างสีสันและผิวสัมผัสให้พื้นสวน ทั้งยังช่วยยึดผิวหน้าดินไม่ให้ถูกชะล้างไปกับสายฝน เราจึงนำ 8 พรรณไม้คลุมดิน ที่นำไปปลูกรับรองเลี้ยงง่ายแน่นอน

1. กระดุมทองเลื้อย


ไม้เลื้อยอายุหลายปี สำต้นแตกแขนงและทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ชอบดินร่วนที่มีอินทรีย์วัตถุสมบูรณ์ แสงแดดเต็มวัน น้ำปานกลาง ทนแล้ง ขยายพันธุ์ง่าย นิยมปลูกคลุมดินบริเวณริมน้ำ ตัดขอบสวนหย่อมและพื้นที่ลาดชันเพื่อรักษาหน้าดิน ควรตัดแต่งสม่ำเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/creeping-daisy/

2. คุณนายตื่นสาย


ไม้เลื้อยอายุหลายปี ทุกส่วนอวบน้ำ ลำต้นสีม่วงแดงทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ยอดชูตั้ง ดอกบานเมื่อได้รับแสงแดดตอนเช้า ดอกสีขาว ชมพู แดง เหลือง ส้ม ปลูกเลี้ยงง่าย เหมาะปลูกคลุมดินในที่โล่ง หมั่นตัดแต่งกิ่งแห้งก็จะให้ดอกตลอดปี
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/common-purslanel/

3. โคลงเคลงเลื้อย


ไม้เลื้อยอายุหลายปี ทุกส่วนอวบน้ำและมีขนปกคลุม ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ กิ่งก้านสีแดงเรื่อ ชอบดินร่วนที่มีอินทรีย์วัถุสมบูรณ์ แสงเต็มวันถึงครึ่งวัน ถ้าปลูกในที่ร่ม ลำต้นจะยืดยาวและออกดอกน้อย ควรตัดแต่งกิ่งบ่อยๆแล้วนำไปขยายพันธุ์อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติ่มได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/spanish-shawl/

4. ดาดตะกั่ว


ลำต้นสีเขียวเทาทอดเลื้อยไปตามผิวดิน มีขนสากปกคลุมรากแตกตามข้อ ยอดชูตั้ง ชอบดินร่วนที่มีอินทรีย์วัถุสมบูรณ์ แสงเต็มวันถึงครึ่งวันเช้า ถ้าปลูกในที่แฉะจะเน่าง่าย ถ้าได้รับแสงน้อยไป ต้นจะยืดยาว สีไม่สวย หากได้รับแสงแดดมาก แต่ได้รับน้ำไม่เพียงพอ ใบจะมีขนาดเล็กและหยาบกร้าน ไม่สวยงาม
อ่านเพิ่มเติ่มได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/red-frame-ivy/

5. ถั่วบราซิล


ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ ชอบแสงแดดเต็มวันถึงครึ่งวันเช้า หากปลูกในที่แฉะ จะเน่าง่าย นิยมปลูกลงแปลงคลุมดิน ทนแล้งได้นาน 3-4 เดือน ทนร่ม ทนการเหยียบย่ำ ผิวสัมผัสนุ่ม เหมาะปลูกทดแทนหญ้าสนาม
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/amarillo-peanut/

6. บุษบาฮาวาย


ไม้พุ่มรอเลื้อยอายุหลายปี สูง 1-1.50 เมตร ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปหัวใจกว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 4-10 เซนติเมตร ชอบแสงแดดเต็มวันถึงครึ่งวัน เหมาะปลูกคลุมดินประดับสวน ริมถนน ทางเดิน ริมน้ำตก ลำธาร หรือปลูกริมทะเล
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/asystasia/

7. แดงชาลี


ไม้พุ่ม สูง 25 – 40 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อยาวที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อยเป็นกระจุกติดกับก้านช่อดอกดอกย่อยเล็กสีขาวขุ่น ควรตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอ เพื่อให้ทรงพุ่มไม่รก นิยมปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ เพราะใบมีสีแดงเข้มตัดกับไม้ใบเขียวชนิดอื่นๆ สร้างจุดเด่นในสวนได้ดี
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/aerva-sanguinolenta/

8. แว่นแก้ว


ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 50 – 70 เซนติเมตร ลำต้นทอดเลื้อยไปตามผิวดินที่ชุ่มชื้น มีรากออกตามข้อ ชอบดินร่วนหรือดินเหนียว แสงแดดเต็มวัน ปลูกเป็นไม้คลุมดิน แทนหญ้าบริเวณริมน้ำหรือบริเวณดินเลนที่มีน้ำตื้น ๆ ปลูกเป็นไม้น้ำในกระถาง หากปลูกในที่ร่ม ก้านใบจะยืดยาวและล้มง่าย ไม่เป็นพุ่ม ถ้าปลูกในที่แห้งแล้ง ต้นจะเตี้ย ก้านใบสั้น
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : http://book.baanlaesuan.com/plant-guide/water-pennywort/

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ขิง

ginger1

ขิง

 ขิงแกลง/ขิงแดง/ขิงเผือก/Ginger
ชื่อวิทยาศาสตร์: Zingiber officinale Roscoe
ginger2วงศ์: Zingiberaceae
ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี
ความสูง: 1 เมตร
ลำต้น: เป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน เจริญเป็นพุ่ม
ใบ: เดี่ยวรูปแถบ ออกเวียนสลับระนาบเดียว ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม มีขนอ่อนปกคลุมทุกส่วน
ดอก: ช่อดอกแทงจากดินชูตั้งขึ้น ผลิบานในฤดูฝน กาบรองช่อดอกสีเขียวอมแดงเรื่อ ดอกย่อยสีเหลืองอมเขียว ช่อดอกอยู่ได้นานเป็นเดือน
ผล: เป็นผลแห้ง มีกาบช่อดอกรองรับ เมื่อแก่แตกออก ภายในแบ่งเป็นสามพู มีเมล็ดยาวรีสีน้ำตาล
ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี ควรเริ่มปลูกในฤดูฝน จะช่วยให้ขิงแตกหน่อได้เร็ว
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: ครึ่งวัน
ขยายพันธุ์: แยกเหง้า
การใช้งานและอื่นๆ: ยอดอ่อนกินเป็นผักสดกับอาหารรสจัดต่าง ๆ และใช้เป็นสารกันบูดกันหืนได้ดี มีมากในฤดูฝน  เหง้าอ่อนใช้ปรุงอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อปลา  เหง้าขิงและใบขิงมีรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย รวมถึงแก้อาการเมารถ ไมเกรน ลดคอเลสเตอรอล และอาการปวดตามข้อได้ด้วย  หน่ออ่อนรสเผ็ดร้อนควรขุดขึ้นมาหลังจากต้นเริ่มแตกหน่อ 3 – 5เดือน
ข้อควรระวัง หญิงมีครรภ์ที่มีประวัติแท้งง่ายและผู้ที่มีปัญหาถุงน้ำดีไม่ควรบริโภคน้ำขิงเข้มข้นเกินไป เพราะจะลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย

แก้วเจ้าจอม

Lignum Vitae2

แก้วเจ้าจอม

 Lignum Vitae
ชื่อวิทยาศาสตร์: Guaiacum officinale L.
วงศ์: Zygophyllaceae
ประเภท: ไม้ต้นขนาดใหญ่
ความสูง: 10 – 15 เมตร
ลำต้น: มีเนื้อไม้แข็ง
ใบ: ประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกตรงข้ามมี 2 พันธุ์ คือ ใบย่อย 2 คู่และ 3 คู่ ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปรี ขนาดไม่เท่ากัน กว้าง 1- 2.5 เซนติเมตร ยาว 1.5 – 2.5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบสอบ
Lignum Vitae1ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายยอด กลีบดอก 5 กลีบ ดอกบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 – 2.5 เซนติเมตร บานวันแรกสีฟ้าอมม่วง จากนั้นสีจะซีดลงเป็นสีขาว เกสรสีเหลืองเห็นเด่นชัด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกเดือนสิงหาคม – มกราคม
ผล: กลมแบน ขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ปลายผลมีติ่งแหลม เปลือกแข็ง
ดิน: ดินร่วนระบายน้ำดี
แสงแดด: เต็มวัน
น้ำ: ปานกลาง
ขยายพันธุ์: ค่อนข้างยาก นิยมใช้วิธีตอนกิ่งและเพาะเมล็ด
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา  มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเวสต์อินดีส  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำต้นพันธ์มุาจากประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี พ.ศ. 2451 และทรงปลูกไว้ที่พระราชอุทยานสวนสุนันทา เดิมชาววังเรียกว่า“ ต้นน้ำอบฝรั่ง ” ต่อมาพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราช ปดิวรัดา ประทานชื่อใหม่ว่า “แก้วจุลจอม”  ในปี พ.ศ. 2501 ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “แก้วเจ้าจอม” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน  เป็นพรรณไม้ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ฟาร์แบร์เช่


ฟาร์แบร์เช่


Fabergé 
วงศ์: Rosaceae
ประเภท: Floribunda /กุหลาบพวง
ความสูง: 1 เมตร
ลำต้น: เป็นพุ่มกระทัดรัด หนามน้อย
ใบ: หนา สีเขียวเข้ม
ดอก: ดอกบาน 7-8 ซม.  สีชมพูครีมอมส้ม โคนกลีบเหลือบสีเหลืองนวล กลิ่นหอมอ่อนๆ
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินปนทราย มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศดี ค่า pH 6-7
น้ำ: ปานกลาง ไม่ขังแฉะ
แสงแดด: ตลอดวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกในกระถางหรือลงแปลงประดับสวน เผยแพร่เมื่อปีค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512)

ศรีมาลา

Red Granadilla

ศรีมาลา

มังกรแดง/เล็บมังกร/สร้อยสังวาล/Red Granadilla/Red Passion Flower
ชื่อวิทยาศาสตร์: Passiflora coccinea Aubl.
วงศ์: Passifloraceae
ประเภท: ไม้เลื้อยขนาดเล็ก อายุหลายปี
ลำต้น: ยอดเลื้อยได้ไกล 1 – 3 เมตร มีมือเกาะออกตรงข้ามใบ ลำต้นมีขนปกคลุม
ใบ: ใบเดี่ยว รูปไข่แกมรูปหัวใจ กว้าง 7 – 10 เซนติเมตร ยาว 14 – 18 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบหนาสีเขียว มีขนนุ่มปกคลุม
ดอก: ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ดอกทรงกลมห้อยลง กลีบเลี้ยง สีเขียวอมแดง 5 กลีบ รูปขอบขนาน มีรยางค์ลักษณะเป็นเส้นสีแดงเข้ม โคนสีขาวและปลายสีแดงเรียงเป็นวงในสุด ออกดอกเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
ผล: ผลสดมีเนื้อ รูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีเหลืองส้ม มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ดิน: ดินร่วน ระบายน้ำดี
แสงแดด: เต็มวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำและตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อย *คำระบุชนิด coccinea หมายถึง สีเลือดหมู สื่อถึงสีดอก

ลิปสติกแดง

Lipstick Plant

ลิปสติกแดง

Lipstick Plant 
ชื่อวิทยาศาสตร์: Aeschynanthus radicans Jack
วงศ์: Gesneriaceae
ประเภท: ไม้เลื้อยอิงอาศัยอายุหลายปี
ความสูง: เลื้อยได้ไกล 1 – 2 เมตร
ลำต้น: สีแดงเข้ม
ใบ: เดี่ยวเรียงตรงข้ามเป็นคู่ รูปใบหอก กว้าง 1 – 2 เซนติเมตร ยาว 2 – 4 เซนติเมตร ปลายและโคนใบมน แผ่นใบหนาสีเขียวอวบน้ำ
ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบและปลายยอด มี 2 – 3 ดอก กลีบเลี้ยง และโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอกสีแดงอมส้ม เหลือง หรือชมพู ปลายแผ่ออกเป็น 5 กลีบ ออกดอกตลอดปี
ผล: ฝักรูปแถบเรียว เมล็ดมีพู่ขนติดที่ปลาย
ดิน/วัสดุปลูก: โปร่งแต่เก็บความชื้นได้ดี เช่น ดินร่วนผสมกาบมะพร้าวสับ
แสงแดด: รำไร
ความชื้น: สูง อากาศถ่ายเทสะดวก
น้ำ: ปานกลาง
ขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: นิยมทำไม้กระถางแขวนตกแต่งสถานที่และประดับสวน

หอมเจ็ดชั้น

wallochii1

หอมเจ็ดชั้น

จันทนาใบเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์: Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
วงศ์: Rubiaceae
ประเภท: ไม้พุ่ม
ความสูง:  3 เมตร
ทรงพุ่ม: กลม
ลำต้น: แตกกิ่งยอดจำนวนมาก กิ่งเปราะ เปลือกต้นสีดำ มีใบเฉพาะที่ปลายยอด
ใบ: ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี กว้าง 2 – 3 เซนติเมตร ยาว 6 – 10 เซนติเมตร ปลายใบและโคนใบแหลม แผ่นใบหนาและเหนียว สีเขียวเข้ม
ดอก: ช่อดอกสีขาวนวลหรือขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากคล้ายดอกเข็ม โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 1 เซนติเมตร ดอกบานพร้อมกันทั้งช่อนาน 2 – 3 วันแล้วโรย ส่งกลิ่นหอมแรงตลอดวัน ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ หากปลูกในพื้นที่ที่มีความชื้นตลอดปี จะทยอยออกดอกในช่วงอื่นๆ ได้
ดิน: ดินร่วนและดินร่วนปนทราย
แสงแดด: เต็มวัน
น้ำ: ปานกลาง
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่งและตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ควรปลูกให้ห่างจากต้นไม้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร หมั่นตัดแต่งกิ่งจะทำให้ออกดอกดกขึ้น หากปลูกในที่มีอากาศเย็นจะออกดอกดก

ไอริสน้ำ

fan iris

ไอริสน้ำ

Fan Iris
ชื่อวิทยาศาสตร์: Neomarica longifolia (Link & Otto) Sprague
วงศ์ : Iridaceae
ประเภท: ไม้ริมน้ำ อายุหลายปี
ความสูง: สูงถึง 1 เมตร
ลำต้น: มีเหง้าสั้น ๆ ใต้ดิน เจริญเป็นกอ
ใบ: ใบเดี่ยว ออกสลับระนาบเดียว รูปแถบแบนยาวเรียวแหลม กว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร
ดอก: ช่อดอกเป็นช่อกระจุกออกจากซอกใบ ชูตั้งขึ้น ดอกขนาด 5 – 8 เซนติเมตร กลีบดอกบาง มี 3 กลีบ สีเหลือง โคนกลีบมีจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล ดอกบานเพียงวันเดียวตั้งแต่ช่วงสายถึงบ่าย ทยอยบานทีละ 1 – 2 ดอก แต่ละช่อทยอยบานนานหลายสัปดาห์ ออกดอกตลอดปี แต่ดอกดกในช่วงฤดูหนาว
ดิน: ดินเหนียว ระดับน้ำ 10-15 ซม.
แสงแดด: ครึ่งวันถึงเต็มวัน
ขยายพันธุ์: สามารถแตกต้นอ่อนที่ช่อดอกได้หรือแยกกอ
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้กระถางได้ดี ถ้าดินแห้งและแดดจัด ปลายใบจะไหม้

เฟื่องฟ้า

Paper Flower

เฟื่องฟ้า

ดอกกระดาษ/ดอกโคม/ดอกต่างใบ/ตรุษจีน/Paper Flower
ชื่อวิทยาศาสตร์: Bougainvillea spp.and hybrid
วงศ์: Nyctaginaceae
ประเภท: ไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดใหญ่ อายุหลายปี
ลำต้น: ยอดเลื้อยพาดได้ไกล 5 – 10 เมตร
ใบ: ออกเวียนสลับรูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 3 – 6 เซนติเมตร ยาว 4 – 8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง สีเขียว ก้านใบยาว 1 – 2 เซนติเมตร มีหนามบริเวณโคนก้านใบ
ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายยอด ดอกย่อย 8 – 20 ดอก กลีบประดับรูปไข่ 3 กลีบขึ้นไป ซ้อนกันเป็นรูปถ้วย ปลายแหลม มีหลายสีสวยงาม โคนกลีบรวมเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแผ่แบน สีขาวครีม ออกดอกตลอดปี ดอกดกช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
ผล: ขนาดเล็ก มี 5 พู แต่มักไม่ปรากฏ
อัตราการเจริญเติบโต: เร็ว
ดิน: ดินร่วนปนทราย
แสงแดด: เต็มวัน
สภาพแวดล้อม: ทนแล้ง
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: เทคนิคทำให้ต้นออกดอกคือ งดให้น้ำ 5 – 7 วัน ใบจะเริ่มร่วง จากนั้นให้น้ำอย่างเต็มที่ ต้นจะผลิดอกบานสะพรั่ง,กลีบประดับนำมาชุบแป้งทอดกินเป็นของว่างได้

โกลด์ฟิงเกอร์ส

โกลด์ฟิงเกอร์ส

Gold Fingers
วงศ์: Rosaceae
ประเภท: Floribunda /กุหลาบพวง
ความสูง:  1 เมตร
ใบ:  สีเขียวเข้ม เป็นมัน
ดอก: ดอกบาน 4 ซม. สีเหลืองเหลือบสีส้มแดง สีแดงจะเข้มขึ้นและสีเหลืองจางลง กลีบสั้น ซ้อนกันมาก กลิ่นหอมอ่อน
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินปนทราย มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศดี ค่า pH 6-7
น้ำ: ปานกลาง ไม่ขังแฉะ
แสงแดด: ตลอดวัน
ขยายพันธุ์: 
เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: 
เหมาะปลูกในกระถางหรือลงแปลงประดับสวน

ซัมเมอร์แฟชั่น

ซัมเมอร์แฟชั่น

 Summer Fashion/Arc de Triomphe/Jacale
วงศ์:
 Rosaceae
ประเภท: Floribunda /กุหลาบพวง
ความสูง: 1 เมตร
ลำต้น: เป็นพุ่ม
ใบ: ใหญ่ สีเขียวเป็นมันเล็กน้อย
ดอก: เดี่ยว ดอกบานขนาด 10-12 ซม.สีขาวครีมถึงเหลืองอ่อน เหลือบสีชมพูที่ปลายกลีบ ซ้อนกัน 20 กลีบ กลิ่นหอม
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินปนทราย มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศดี ค่า pH 6-7
น้ำ: ปานกลาง ไม่ขังแฉะ
แสงแดด: ตลอดวัน
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกในกระถางหรือลงแปลงประดับสวน

เอื้องพญาไร้ใบดอกเขียว

chiloschista viridiflora

เอื้องพญาไร้ใบดอกเขียว

เอื้องพญาไร้ใบ
ชื่อวิทยาศาสตร์: Chiloschista viridiflora Seidenf.
วงศ์: Orchidaceae
ประเภท: กล้วยไม้อิงอาศัย เจริญเติบโตทางด้านข้าง
ลำต้น: สั้นมาก
ใบ: ใบลดรูปเป็นเกล็ดเล็กๆ จึงเห็นแต่รากขนาดใหญ่จำนวนมาก
ดอก: ช่อดอกห้อยลง มี 10 – 20 ดอก ดอกขนาด 1 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีเขียวอมเหลืองมีแต้มสีเขียวอ่อนจางๆ ขอบกลีบสีขาว กลีบปากสีขาว มีแต้มสีเหลืองอมน้ำตาล ออกดอกเดือนมีนาคม – พฤษภาคม
วัสดุปลูก: ไม่ต้องใช้วัสดุปลูก เพียงหาขอน กิ่งไม้ หรือใช้แผ่นไม้หนาๆ ให้ต้นยึดเกาะ
น้ำ: ปานกลาง
แสงแดด: รำไร หรือได้รับแสงในช่วงเช้า
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ดหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกประดับสวน โดยให้เลื้อยเกาะกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ได้บรรยากาศแบบสวนป่าเมืองร้อน