วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เคล็ดลับทำการเกษตรให้สำเร็จ 40-30-30 ถ้ามีสิ่งเหล่านี้คุณทำได้


สำหรับการทำเกษตรให้สำเร็จนั้นมีเคล็ดลับอยู่ 3 ประการหลักที่จะนำพาให้ทุกท่านที่อยากทำเกษตรประสบกับความสำเร็จ ไม่ว่าจะทำในเชิงพาณิชย์หรือทำเกษตรพอเพียง 3 ประการหลักที่ขาดไม่ได้เลยมีดังนี้

มี 3 ประการ

1. อุดมการณ์ 40%

2. วิชาการ 30%

3. ประสบการณ์ 30%

อุดมการณ์ คือ การทำการเกษตรด้วยความมุ่งมั่น ไม่แค่คิดอยากทำอยากรวยหรือไม่รู้จะทำอะไร เพราะอายุมากแล้ว ไปทำอย่างอื่นก็ยากอย่างนี้ไม่ใช่อุดมการณ์

- อุดมการณ์ ต้องมีความเชื่อมั่น มีจิตใจมุ่งมั่นว่าทำเกษตรแล้วมีความมั่นคง เป็นนายตัวเอง สามารถเลี้ยงชีพได้ เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีปัญหาอุปสรรคก็ไม่ยอมแพ้ต้องฝ่าฟันไปให้ถึงจุดมุ่งหมาย

- วิชาการ ใช้หลักความรู้ที่ถูกต้อง มีหลักการจึงจะสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้ และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้

- ประสบการณ์ คือ เกิดจากการลงมือทำจริง เพราะต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงใจเข้าแลกจึงจะทำให้เกิดประสบการณ์

การทำการเกษตรให้สำเร็จต้อง เลิกทำ ไล่ ให้ทำ สวน

หลักการทำสวน(ทาง) คือ
เลิกทำ ไล่ (ไล่ตามเขา) ให้ทำ สวน (สวนทาง สวนกระแส)
อะไรแพงอย่าปลูก คนจะปลูกกันมากในที่สุดจะถูก
อะไรถูกปลูกอย่างนั้น คนจะไม่สนใจปลูกที่มีอยู่โค่นทิ้งและจะกลับมาแพง
ไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ (ทำน้อยให้ได้มาก)
กินผักผลไม้ตามฤดูกาล (สารพิษน้อย ราคาถูก)
แต่เน้นทำนอกฤดู (ราคาดีไม่มีปัญหาตลาด)
อย่าเน้นแต่ทำขายต้องหันมาใส่ใจทำกิน ถ้าทำเกษตรแล้วต้องซื้อผักสวนครัวกิน ถือว่าล้มเหลวในอาชีพเกษตร
ทำเกษตรผสมผสาน ลด ละ เลิก การปลูกพืชเชิงเดี่ยว (พืชก็ต้องการสังคมที่หลากหลาย)

ชีวิตเกษตรกรที่มั่นคง คือ
มีที่ดินทำกิน (ไม่ขายที่ทำกิน)
ไม่มีหนี้สิน (ไม่ก่อหนี้)
มีของกินไม่อดอยาก (ลดรายจ่าย)

หลักการดำเนินการ

ขั้นตอนแรก คือ มุ่งเน้นให้มีกินก่อนปลูกเพื่อเรียนรู้ในพืชแต่ละชนิดทั้ง เรื่องโรค แมลง อายุการให้ผลผลิต (เอาไว้กิน, เหลือขาย) ปลูกพืช 3 ระยะ จะหายจน เลี้ยงปลา เป็ด ไก่ จะมีกิน

ปลูกพืช 3 ระยะคือ
พืชระยะสั้น คือ ผักต่างๆ เน้นเอาไว้กินก่อนที่เหลือขายเป็นการลดรายจ่ายมีเหลือขายเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน
พืชระยะกลาง คือ ไม้ผลและผลไม้ เช่น มะนาว กล้วย มะละกอ มะม่วง ขนุน มะพร้าว เอาไว้ใช้หนี้หรือเป็นเงินออม
พืชระยะยาว คือ ไม้เศรษฐกิจยืนต้น เช่น ไม้สัก ยางนา ประดู่ พะยูง เต็ง ไม้แดง เอาไว้เป็นบำนาญชีวิตหรือเป็นมรดก

เลี้ยงปลา เป็ด ไก่ โดยทำหัวอาหารเองหรือเลี้ยงแบบธรรมชาติ เช่น ให้กินรำ เศษผัก ผลไม้ในสวน เศษอาหารที่เหลือที่สวนเพชรพิมาย เราเลี้ยงหอยเชอรี่ ซึ่งชาวบ้านกลัวมาก แต่เราเลี้ยงเพราะมันโตเร็วและมีโปรตีนสูงแล้วเอามาบดร่วมกับรำในเครื่องบดหมู นำไปเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ หมูได้ จะโตเร็วเพราะมีอัตราการแลกเนื้อสูง ทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำมาก ขายยังไงก็ไม่ขาดทุน เลี้ยงเอาไว้กินได้ทั้งเนื้อและไข่ เป็นการลดรายจ่ายและเมื่อขยายพันธุ์ได้มากก็เอาไปขายเพื่อเพิ่มรายได้

แค่ขั้นที่หนึ่งเราก็พออยู่ พอกิน พอใช้แล้ว มีเงินใช้หนี้มีเงินออมและยังมีหลักประกันในชีวิตด้วยพืชระยะยาวเป็นบำนาญ

ขั้นตอนที่สอง (ขายผลผลิต) สร้างรายได้

เมื่อทำขั้นที่หนึ่งจนชำนาญแล้ว (ทั้งเป็นอาหารและมีเหลือขาย) ขั้นตอนที่สองคือเน้นการทำนอกฤดูหรือทำให้ออกในช่วงแพง เพื่อขายผลผลิต จะได้ราคาดี ไม่มีปัญหาด้านการตลาด เมื่อปลูกเพื่อเรียนรู้กับมันดีแล้วจึงมาประเมินว่าถ้าเราจะไปขั้นที่สองต่อจะได้มั้ย คือหลังจากเรียนรู้แล้วประเมินแล้วว่าไปต่อได้แน่ จึงทดลองทำนอกฤดู ดูว่าทำได้ไหม ลองทำน้อยๆ ก่อนเมื่อทำได้จึงค่อยขยาย ถ้าทำเป็นขั้นตอนแบบนี้โอกาสพลาดหรือขาดทุนจะน้อย การทำขั้นที่สองเพื่อขายผลผลิตซึ่งจะได้ราคาดีสามารถเลี้ยงชีพได้แน่นอน แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ขั้นแรกยังไม่ผ่านแต่อยากข้ามขั้นโดยไม่คำนึงถึงความพร้อม ไม่ศึกษาให้ดีก่อน พอมาขั้นที่สองจึงล้มเหลว หลายๆ ท่านที่ไม่เคยทำเกษตรแต่อยากทำเกษตรเห็นเขาทำนอกฤดูแล้วขายได้ราคาดีก็อยากทำบ้าง ทั้งๆ ที่ปลูกต้นไม้ยังไม่เป็นเลยแต่นึกเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าเขาทำได้เราก็ต้องทำได้ ว่าแล้วก็ลาออกจากงานประจำโดดลงมาทำทันที โดยไม่นึกถึงว่าคนที่ปลูกเป็นอาชีพมีกี่คนที่ทำนอกฤดูได้สำเร็จ ที่ทำสำเร็จกับล้มเหลวใครมากกว่ากัน และนั่นเขาเป็นเกษตรกรตัวจริงทำมานานแต่เราเป็นใครแถมไม่เคยทำมาก่อนเลย ฉะนั้นจึงอยากลองทำน้อยๆ ดูก่อน ถ้าทำได้แล้วค่อยประเมินว่าจะทำต่อดีไหม ต้องท่องคาถาว่า “ รวยช้าดีกว่าจนเร็ว” เมื่อทำขั้นที่หนึ่งปลูกเพื่อเรียนรู้สำเร็จ จึงทำขั้นที่ 2 ทำนอกฤดูลองทำน้อยๆ ก่อนเมื่อทำสำเร็จจึงค่อยๆ เพิ่มเติมความเชี่ยวชาญ จนทำได้ทั้งแปลง (แค่ขั้นนี้ทำได้ก็หายจนแน่นอนแล้ว)

ขั้นตอนที่สาม (ขายผลพลอยได้)

เมื่อทำขั้นที่สองได้หายจนแน่นอนแล้ว แต่การทำนอกฤดูราคาจะดีปีละครั้งคือช่วงที่แพง เช่น มะนาวจะแพงเฉพาะเดือนเมษายนเดือนเดียว เดือนอื่นไม่แพงหรือแพงน้อยกว่า ฉะนั้นถ้าไปต่อได้เราควรจะทำขั้นตอนที่สามคือขายผลพลอยได้ด้วย

ขายผลพลอยได้ เช่น การทำกิ่งพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ขาย หรือแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า ยิ่งถ้ามีการทำให้เกิดการรวมกลุ่มจะยิ่งเกิดความเข้มแข็งหรืออาจทำเป็นศูนย์การเรียนรู้หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะทำให้มีคนเข้ามาศึกษาดูงานทั้งขายผลผลิต ผลพลอยได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกคนมีงานทำ มีรายได้ อาชีพการทำเกษตรจะเกิดความยั่งยืน (ถึงขั้นนี้ปิดประตูจน รวยแน่นอน)

สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรทำแล้วจน
ไม่มีความรู้จริงในพืชที่ตนปลูก
ชอบทำไล่ ไม่ทำสวน
ปลูกพืชแปลงเดี่ยว มีรายได้ปีละครั้งแต่มีรายจ่ายทุกวัน
มุ่งแต่ทำขายไม่ใส่ใจทำไว้กิน ซื้อทุกอย่าง
มีรูรั่วของชีวิตมากมาย เช่น เหล้า บุหรี่ การพนัน หวย
หลงตามโลกวัตถุนิยม รถ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ
มีค่านิยมผิดๆ อวดรวย อวดสวย อวดโก้ กลัวเสียหน้า

แนวทางแก้ไข
ศึกษาหาความรู้ในพืชที่ตนปลูก (เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง)
เลิกทำไล่ ให้ทำสวน (เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ)
อุดรูรั่วของชีวิต (เน้นเศรษฐกิจพอเพียง)
เน้นทำเกษตรผสมผสาน (ไร่นาสวนผสม)
อย่าเน้นแต่ทำขายหันมาใส่ใจทำกิน (ลดรายจ่าย)
รู้ทันโลกวัตถุนิยมและใช้มันให้เป็นประโยชน์ (ไม่หลงแต่รู้ทันและใช้เป็น)

ทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน

สิ่งมีชีวิตถ้าไม่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจะต้องสูญพันธุ์ เกษตรกรไทยถ้าไม่ปรับตัวก็ต้องสูญพันธุ์

อนาคตจะเหลือเกษตรกรแค่ 2 กลุ่มคือ 1. กลุ่มนายทุน 2. กลุ่มผู้รู้จริง (เราจะเลือกอยู่กลุ่มไหน)

อนาคตเกษตรกรจะต้องเลือกว่าจะอยู่กลุ่มไหนถ้าจะทำเกษตรต่อ ถ้าจะไปอยู่ในกลุ่มแรกคงทำไม่ได้ จึงเหลือกลุ่มที่ 2 คือต้องมาเรียนรู้และปรับตัวเองเลิกทำแบบเก่าๆ ถ้ายังขืนทำคงสูญพันธุ์ เค้ารางเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ คือเด็กรุ่นใหม่ไม่ทำเกษตรแล้ว พ่อแม่ก็ไม่อยากให้ลูกทำเพราะทำแล้วจนแถมลำบากมากและรายได้ยังไม่แน่นอนอีกต่างหาก

การปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยเน้นทำปริมาณมากๆ เพื่อให้เกิดผลตอบแทนมากๆ อนาคตจะทำไม่ได้ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเพราะจะมีปัญหาทั้งเรื่องของ

- ดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงมาก ทั้งภัยธรรมชาติน้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงมา เชื้อราบุก ราคาถูกอีกต่างหาก การปลูกพืชเชิงเดี่ยวจึงเสี่ยงมาก

- แรงงานหายากและค่าแรงแพงมาก แรงงานภาคเกษตรจะหายากเพราะโรงงานอุตสาหกรรมจะเข้ามาแย่งแรงงาน แรงงานต่างชาติจะเข้ามาน้อยลง เพราะเปิดการค้าเสรี การเปิดประเทศของพม่า ลาว เขมร เวียดนาม มีต่างชาติเข้าไปลงทุนมากเพราะเมืองไทยมีปัญหาทั้งเรื่องการเมืองไม่นิ่ง น้ำท่วม ค่าแรงแพง แม้แต่คนไทยเองก็ไม่อยากทำเกษตร

- เด็กรุ่นใหม่ไม่อยากทำเกษตร ทำน้อยๆ ยังไม่อยากทำ ถ้าต้องทำมากๆ ยิ่งไม่อยากทำและถ้าทำแล้วขาดทุนหรือกำไรน้อยจะเลิกทันที

เกษตรทฤษฎีใหม่ คือไม่คิดและทำแบบเก่าๆ เพราะโลกเปลี่ยนไปทุกวัน เกษตรกรจึงต้องปรับเปลี่ยนตามและต้องตามให้ทัน ฉะนั้นการจะทำอาชีพเกษตรให้ประสบผลสำเร็จจึงต้องมีการเรียนรู้ การวางแผน การจัดการทั้งเรื่องพืชที่จะปลูก ทุน แรงงาน ตลาด ต้องคิดก่อนทำ

โอกาสทองของเกษตรกร
พื้นที่ทำเกษตรกรลดลง แต่ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น
คนทำเกษตรลดลง เด็กรุ่นใหม่ไม่ทำเกษตร
ภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นต้องใช้วัตถุดิบจากภาคเกษตร
เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาอาหารคือของจริง

อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ดีที่สุดเพราะเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงโลก เป็นการออกกำลังกายที่มีผลพลอยได้ เป็นผลผลิตกินได้

องค์ประกอบในการทำเกษตรที่จะประสบผลสำเร็จ

1. ทำเลหรือฮวงจุ้ย หรือที่ตั้งแปลง ถ้าที่ดินติดถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งผ่านมาก จะปลูกได้ทั้งผัก และผลไม้ โดยทำร้านไว้หน้าแปลงปลูกทำป้ายทั้ง 2 ด้านว่ามีผักและผลไม้สดจากสวนโดยทำแปลงตัวอย่างให้ดู จะขายได้ราคาดีกว่าไปขายที่ตลาด วางแผนปลูกให้มีผลผลิตต่อเนื่อง เน้นรักษาคุณภาพให้ดี การมีทำเลติดทางนอกจากขายผลผลิตแล้วยังขายผลพลอยได้ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกิ่งพันธุ์ เมล็ดพันธุ์หรือแปรรูปผลผลิตที่เสียหายมีตำหนิไม่สวย มาเพิ่มมูลค่า เช่น ทำเป็นน้ำผลไม้ เป็นขนม ข้าวเกรียบ ฯ หรือหาอย่างอื่นมาขายร่วมได้อีก เช่น ผลผลิตของเพื่อนบ้านที่ไม่ติดถนน หรือซื้อจากตลาดมาขายร่วม จะทำให้มีรายได้ทุกวัน

2. แต่ถ้าที่ดินไม่ติดถนน ต้องดูต่อว่าอยู่ใกล้หมู่บ้าน ชุมชน สถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ถ้าใกล้ต้องปลูกพืชเน้นขายใกล้บ้านเพื่อลดค่าขนส่งและตัดปัญหาพ่อค้าคนกลาง

3. แต่ถ้าไม่ติดอะไรเลย ก็ต้องมาดูว่าอยู่ไกลจากตลาดมากไหม การเอาผลผลิตไปขายยากหรือมีต้นทุนมากไหม หรือถ้าเราทำถึงขั้นที่ 3 ได้เราก็ทำเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงคนเข้ามาเหมือนที่ ศูนย์เรียนรู้เพชรพิมาย ซึ่งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ ไกลจากหมู่บ้าน พ่อทำเป็นศูนย์เรียนรู้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปรากฏว่ามีคนเข้ามาทุกวันและคนที่เข้ามาส่วนใหญ่จะขับรถมาเมื่อมาเห็นก็อยากได้อยากจะซื้อกลับไปได้ และกลับไปชักชวนคนอื่นมาอีก

ที่สวนเพชรพิมายปลูกพืช 3 ระยะมีพืชเกือบ 30 ชนิดและเลี้ยงปลา เป็ด ไก่แบบพึ่งธรรมชาติ มีรายได้เกือบทุกวันและมีอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่เดือดร้อนแม้สภาวะของโลกจะเปลี่ยนไปเราก็ไม่เดือดร้อน ทั้งหมดนี้เกิดจากทฤษฎีปลูกพืชผสมผสานและยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงของไทย จึงอยู่ได้อย่างสบายครับ

4 ดีสูตรสำเร็จของเกษตรไทย

ดินดี มีชัย ไปเกือบครึ่ง ต้องนึกถึง ทุกครั้ง จำฝังจิต

ปรับดินให้ เหมาะกับพืช ยืดชีวิต ช้าสักนิด กันผิด คิดก่อนทำ

น้ำดี มีส่วน ควรตระหนัก เป็นตัวหลัก จักโตได้ ไม่ถลำ

น้ำไม่ดี ก็แก้ไข ไม่ฝืนทำ โปรดจงจำ น้ำต้องดี ถึงมีชัย

พันธุ์ดี ชี้ชะตา ว่าไปได้ อย่ามักง่าย มองข้าม ตามนิสัย

สักแต่ปลูก ลูกเดียว เดี๋ยวก็ตาย ผลสุดท้าย ไม่ต้องทาย ตายแน่เลย

จัดการดี มีวิชา เงินตราพร้อม สิ่งแวดล้อม พร้อมกายใจ ไม่นิ่งเฉย

ทั้งแรงงาน การตลาด อย่าขาดเลย จะเสบย สูตรสำเร็จ เกษตรไทย

ผลมาแต่เหตุ ...

เมื่อปลูกข้าว ย่อมได้ข้าว เจ้าจำไว้ ได้มากไหม อยู่ที่ใคร ใฝ่ศึกษา

สั่งสมเหตุ ครบพร้อม หลอมรวมมา ในไม่ช้า พาเกิดผล ได้ยลกัน

ต้องเรียนรู้ คู่ฝึกตน ผลจึงเกิด เร่งเรียนเถิด เกิดมาคิด ชีวิตสั้น

สวรรค์ให้ มนุษย์เรา เท่าเทียมกัน คือหนึ่งวัน ทุกคนมี ยี่สิบสี่ชั่วโมง

จน เพราะ...อะไร

จน เพราะคร้าน การงาน ไม่ขวนขวาย จน เพราะกิน ลิ้นเป็นนาย ตามใจปาก

จน เพราะใช้ ไม่พอดี ก่อหนี้มาก เลิก จน ยาก หากใจสู้ รู้พอเพียง

พอ...ดี

ถ้าไม่พอ ก็ไม่ดี มีแต่ทุกข์ ยากพบสุข ทุกข์ใจ ไกลวิถี

ทางสายกลาง ต้องสร้างก่อ พอถึงดี ทุกข์ทั้งปี เมื่อไม่มี พอ...ดี เอย

ได้ดั่งใจ ไว้ไหนหมด

ถ้าเกิดมา ได้ทุกอย่าง ดั่งที่คิด ชั่วชีวิต จะเอาของ กองไว้ไหน

ที่คิดได้ ทำไม่ได้ ถมเถไป สุขหรือไร ของที่ได้ ไม่จำเป็น

ขอบคุณข้อมูลจาก สจจ.อุบลราชธานี

5 สาเหตุหลัก ที่ไม่ควรลาออกจากงานประจำมาทำเกษตร




5 สาเหตุหลักๆ ที่ไม่ควรลาออกจากงานประจำมาทำเกษตร

1. การที่เรามีงานประจำทำอยู่แล้ว เท่ากับว่า เรามีรายได้ที่แน่นอน แต่การทำเกษตรไม่ใช่อย่างนั้น ที่บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นคือ คุณต้องรอเก็บเกี่ยวผลผลิต อาจรอถึงสองถึงสามเดือน ถึงจะมีรายได้เข้ามา ขณะเดียวกันคุณมีภาระที่ต้องใช้จ่ายทุกเดือน

      ควรวางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุมในทุกๆวัน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปลูกพืชผสมผสานเพื่อให้ได้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง 

2. คุณต้องมีเงินสำรอง ที่บอกว่าต้องมีเงินสำรองก็เพราะว่า การจะทำเกษตร ต้องมีเงินลงทุน ถ้าเกิดเราไปเช่าที่ดินเขาทำ เราก็ต้องเสียค่าเช่า เสียค่าแรงคนงาน เสียค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าอุปกรณ์การเกษตร ต่างๆนานา ถ้าไม่มีทุนแล้วเวลาออกมาทำเกษตรโดยตรง ก็ต้องกู้หนี้ยืมสินเขา

     ควรวางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุมในทุกๆวัน วิเคราะห์ต้นทุนที่เกิดจากเกษตร ประเมิณความคุ้มค่ากับการลงทุน

3. ทำเกษตรต้องทำได้ทุกเวลา ทำงานประจำ ทำแค่ 8-10 ชั่วโมง แต่การทำเกษตร คุณต้องขยันมากกว่านั้น วันหยุดไม่มีหรอก แต่สามารถพักผ่อนได้ตลอดเวลา

4. คุณต้องประสบกับความเสี่ยงทุกสถานการณ์ เราไม่สามารถ ที่จะไปหยุดยั้งภัยธรรมชาติได้ ฝนตก น้ำท่วม ลมพายุ และความแห้งแล้ง ไม่สามารถควบคุมได้

    ควรตรวจดูพยากรอากาศ ทุกๆวัน เพื่อใช้ในการวางแผนในการทำการเกษตร

5. คุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตร เช่น อยากปลูกมะนาว อยากปลูกพริก อยากปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เราต้องรู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะมันไม่ใช่ว่า ปลูกแล้วรอเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลยนะ อย่างน้อยก็ต้องรู้เรื่องโรคและแมลง รู้วิธีกำจัด

    บางคนอาจมีภาระหลายอย่าง ส่งบ้าน ส่งรถ งานประจำเป็นงานที่มีเงินเดือนแน่นอน ถ้าเกิดอยากทำจริงๆ ก็ควรที่จะ ทำควบคู่กันไป ไม่ต้องทำมากค่อยๆเริ่มจากน้อยๆ และศึกษาอย่างจริงจัง กระแสข่าวที่คนหันมาทำเกษตรตอนนี้กำลังแรง เกษตรในฝัน กับเกษตรชีวิตจริง มันต่างกันมาก
ถ้าเรามีความรู้พอและมีเงินทุนสำรอง การทำเกษตรมันไม่ยากเลย แต่มันมีปัจจัยบางอย่างที่จะนำพาให้เราไปไม่ถึงฝันเท่านั้นเอง เราควรกำจัดปัจจัยเหล่านั้นออกไป เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

แบบบ้านสวนร่มรื่น ดีไซน์แบบดั้งเดิม ให้บรรยากาศย้อนยุคที่แสนอบอุ่น

กลับมาพบกับบ้านสวยๆ จาก ในบ้าน กันอีกเช่นเคย สำหรับคราวนี้จะพาไปชมบ้านสวนดีไซน์แบบดั้งเดิม กลิ่นอายบรรยากาศแบบย้อนสมัย ตกแต่งได้สวยเนี้ยบทุกมุมองศากันเลยทีเดียว แถมยังมีสวนสวยๆ ไว้ให้พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย
ตัวบ้านขนาดชั้นเดียว โครงสร้างทำจากปูน บริเวณรอบบ้านมีสนามหญ้า จัดแปลงต้นไม้ปลูกสวนธรรมชาติ เพิ่มความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวบ้านมีเฉลียงแคบๆ จัดสรรเป็นที่นั่งเล่นรับบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มที่
green classical family house (1)
บริเวณภายในตกแต่งในสไตล์คลาสสิค – วินเทจ ให้อารมณ์ที่ดูเก่าๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบไม้ บริเวณห้องนั่งเล่น ที่ปูพื้นโทนสีเทา ส่วนห้องครัวจะปูพื้นด้วยไม้
green classical family house (5)
green classical family house (4)
ห้องน้ำตกแต่งอย่างหรูหราด้วยกระเบื้องมีลวดลายโทนสีขาว กับเคาน์เตอร์บิวท์อินแบบไม้
green classical family house (6)
การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในทำได้อย่างเป็นสัดส่วน เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัวอยู่ทางขวามือ
green classical family house (10)
เดินตามทางเดินโถงไปเรื่อยๆ จะพบกับห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องทานอาหารทางด้านหลัง ทางปีกขวาของบ้านจะเป็นโซนห้องนอน ส่วนทางปีกซ้ายจะเป็นห้องนั่งเล่น
green classical family house (11)
จากประตูหลังบ้าน ยังเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำและพื้นที่รับประทานอาหารนอกบ้านอีกด้วย ไว้สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศกับคนในครอบครัว
green classical family house (7)
บ้านหลังนี้ประกอบไปด้วย 5 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ บนพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 252 ตารางเมตร คิดเป็นงบก่อสร้างในประเทศไทยจะตกอยู่ที่ราว 2.92 – 3.12 ล้านบาทโดยประมาณครับ ใครที่ชอบบ้านสวยย้อนยุคหลังนี้ สามารถนำแบบแปลนไปประยุกต์ใช้กันได้เลย
ที่มา : hodges
green classical family house (2) green classical family house (3) green classical family house (8) green classical family house (9) green classical family house (12) green classical family house (13) green classical family house (14) green classical family house (15) green classical family house (16) green classical family house (17) green classical family house (18) green classical family house (19) green classical family house (20) green classical family house (21) green classical family house (22) green classical family house (23) green classical family house (24) green classical family house (25)

แนะนำ 12 “ต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวรั้ว” ให้บ้านเราดูร่มรื่น เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

12-plant-walls (1)
ว่าด้วยเรื่องของ รั้วบ้าน ส่วนใหญ่แล้วมักจะทำจากไม้ คอนกรีต อิฐ หรือเหล็ก แต่เราก็มักจะเห็นบ้านหลายๆ หลัง ที่มีการกั้นรั้วด้วย ต้นไม้ ซึ่งนอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังเสริมบรรยากาศให้สวนหลังบ้านของเราดูร่มรื่น อีกทั้งยังช่วยบังสายตาและบังลมอีกด้วย
ซึ่งไม้ที่จะนำมาทำเป็นแนวรั้วนั้น จะต้องเป็นไม้ที่มีพุ่มแน่น ปลูกง่าย ที่สำคัญคือต้องมีราคาถูกเพราะว่าต้องใช้จำนวนมาก คราวนี้ ในบ้าน ก็จะมาแนะนำ 12 ต้นไม้ที่ปลูกเป็นแนวรั้ว เหมาะสำหรับปลูกในบ้านพื้นที่น้อย ใครที่กำลังมองหาไอเดียต้นไม้สำหรับปลูกเป็นแนวรั้วอยู่ล่ะก็ ลองมาดูกันเลยครับ

1. ชาฮกเกี้ยน

12-plant-walls (2)
ชาฮกเกี้ยนเป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมากเป็นพุ่มแน่นทึบสูงได้ถึง 1 เมตร ดอกเล็กๆสีขาว บานหมุนเวียนตลอดปี เจริญเติบโตเร็วปานกลาง ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี แดดเต็มวัน-รำไร
ชาฮกเกี้ยนนิยมปลูกเป็นแปลง ทำเป็นแนวรั้ว ตัดแต่งทำไม้ดัด บอนไซได้ ปลูกริมทางเดิน ทนน้ำท่วมขัง

2. เข็มญี่ปุ่น เข็มแดง เข็มเชียงใหม่

12-plant-walls (3)
เข็มญี่ปุ่นเป็น ไม้พุ่ม ขนาดเล็กแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบสูงน้อยกว่า1.50 เมตร ดอกสีแดงอมส้ม มีดอกตลอดปี ต้นเจริญเติบโตช้า ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี แดดเต็มวันเข็มญี่ปุ่นตัดแต่งทรงพุ่มได้ สูงตั้งแต่ 0.30-1.00 เมตร นิยมปลูกเป็นขอบ
แปลง แนวรั้ว ริมถนน สระว่ายน้ำ ริมทะเล ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี

3. แก้ว

???????
ไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ สีเขียวเข้ม ขนาด สูง 5-10 เมตร ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี แดดเต็มวัน-รำไร ถ้าปลูกที่ร่มใบจะเขียวเข้มกิ่งยืดยาวและให้ดอกน้อย
แก้วมีทรงพุ่มสวย นิยมปลูกเป็นต้นเดียวหรือปลูกเป็นกลุ่ม ตัดแต่งเป็นพุ่ม เป็นรั้วบังสายตา ให้ร่มเงา ปลูกเป็นไม้ประธานสวนหย่อม หรือปลูกใส่กระถางบังแดด ระเบียงหรือห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตก

4. ชบา

12-plant-walls (5)
ชบาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น สูง 2-3 เมตร มีดอกหลากหลายสี เช่น สีขาว ม่วง ชมพู เหลือง ส้ม ออกดอกตลอดปี ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แดดเต็มวัน
ชบามีดอกที่สวยมีสีสัน สามารถปลูกเป็นแปลงขนาดใหญ่ ตัดแต่งทรงพุ่มทำรั้วได้ ปลูกริมถนน ริมทางเดิน หรือปลูกใส่กระถางบังแดด ระเบียงหรือห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตก


5. โมก

12-plant-walls (6)
โมกเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งต่ำใกล้ผิวดินเป็นลำต้นจำนวนมาก สูง 2- 5 เมตร ดอกสีขาวหอม ออกดอกได้ตลอดปี โมกชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี แดดเต็มวัน-รำไร
โมกนิยมปลูกประดับสวน ปลูกลงกระถาง ปลูกเป็นแถว บังสายตา ทิ้งใบในฤดูหนาว ทนร่มได้ดี ปลูกในอาคารได้นาน ทนน้ำท่วมขัง


6. เทียนหยด

12-plant-walls (7)เทียน หยดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ สูง 2-3 เมตร เจริญเติบโตเร็ว มีดอกหลากสีเช่น สีม่วง ม่วงเข้ม หรือขาว ดอกออกตลอดปี ขึ้นได้ในดินทุกขนิด ชอบแดดเต็มวัน
เทียนหยดสามารถปลูกประดับเป็นไม้ประธาน หรือเป็นแนวรั้วบังสายตาได้ดี

7. ไผ่เลี้ยง

12-plant-walls (8)
ไผ่เลี้ยงเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีผิวเกลี้ยง สีเขียว ไม่มีหนาม เนื้อเเข็ง มีช้อปล้องชัดเจน แต่ละปล้องยาว 20- 30
เซนติเมตร มีเหง้าใต้ดินสั้น ไม่ทอดขนานไปทางระดับ เป็นไม้พุ่มเป็นกอ สูงได้ถึง 15 เมตร อัตราการเจริญเติบโตเร็วขึ้นได้ในดินทั่วไป ชอบแดดเต็มวัน


8. อโศกอินเดีย

12-plant-walls (9)
อโศกอินเดียเป็นไม้ยืนต้น ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแคบสูงรูปพีระมิด กิ่งก้านลู่ลง สูง 10 – 25 เมตร ขึ้นได้ในดินทั่วไป แดดเต็มวัน
อโศกอินเดียเหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ แคบ ช่วยบังลม บังสายตา บังแแดดให้บ้านในทิศตะวันตก หรือปลูกเป็นแนวขอบเขตพื้นที่ ควบคุมความสูงได้ตามต้องการด้วยการตัดยอด


9. สนประดิพัทธ์สนประดิพัทธ์

12-plant-walls (10)
สนประดิพัทธ์สนประดิพัทธ์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางมีความสูงประมาณ 10-20 ม. ไม้ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง รูปทรง (เรือนยอด) รูปกรวยแหลม กิ่งขนาดเล็กทำมุมแหลมกับลำต้นและแตกกิ่งเป็นระเบียบ
สนประดิพัทธ์นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ปลูกเป็นแนวกันลม สามารถตัดแต่งเป็นรูปต่างๆได้ ไม้สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านเนื้อไม้ ทำเฟอร์นิเจอร์ ปาร์เก้ ไม้ค้ำยัน ทำพื้น เสาโป๊ะ เสากระโดงเรือ ทำฟืนและถ่าน ไม้กระดาน ไม้ฝา

10. ไทรเกาหลี

12-plant-walls (11)ไทร เกาหลีเป็นไม้รั้วที่สวย ใบเขียวเป็นมัน แต่ยังมีคำถามเรื่องรากว่า จะขยายไปไกลและทำลายอาคารหรือเปล่า แต่ถ้าปลูกในกระถางหรือก่ออิฐเป็นช่องปลูกตามแนวกำแพงเพื่อควบคุมทรงต้นและ ราก ก็น่าสนใจครับ

11. คริสติน่าคริสติน่า

12-plant-walls (12)ใบคริสติน่าคริสติน่ามียอดอ่อนสีแดง สวย แต่ใบอ่อนชอบโดนหนอน แมลงกิน

12. ข่อย

ข่อยถือเป็นพิืชสมุนไพรแตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทึบ เติบโตเร็ว ต้องขยันตัดแต่งหน่อย ข่อยมีรากไหล ต้นอ่อนสามารถขึ้นตามรากที่ไหลไปได้ น่าจะก่ออิฐเป็นช่องปลูกตามแนวกำแพงเพื่อควบคุมทรงต้นและรากก็จะดีครับ
?????????